Loading...
หน้าแรก บล็อก

เสียงตูมสนั่น! ไฟไหม้ ชุมชนท่าน้ำบางศรีเมือง ชาวบ้านหนีตาย ไร้ที่นอน

เสียงตูมดังสนั่น! ไฟไหม้ ชุมชนท่าน้ำบางศรีเมือง หนีตาย ไร้ที่นอน กว่า 30 ครอบครัว สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะไฟไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสได้ขนของหนี   วันที่ 23 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ ชุมชนท่าน้ำบางศรีเมือง จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางศรีเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย เร่งระดมดับเพลิงและให้ความช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ตรงข้ามวัดสลักใต้ ซอยบางศรีเมือง 59 หมู่ 2 ถนนบางศรีเมือง ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีบ้านเช่าจำนวน 22 ห้อง ห้องพักคนงาน 30 ห้อง อีกส่วนเป็นโกดังเก็บลังกระดาษและลังไม้เก่า ถูกเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากวัตถุส่วนใหญ่เป็นเชื้อไฟอย่างดี ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน ฉีดน้ำสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามไปติดยังพื้นที่ข้างเคียง โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เนื่องจากยังมีกลุ่มควันปะทุขึ้นมาเป็นระยะ สำหรับความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า เพลิงได้เผาไหม้โกดังเก็บของ ห้องพักคนงานและคนเช่าได้รับความเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงแต่ซากที่ตอตะโก เจ้าหน้าที่สอบสวนในที่เกิดเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานว่า สาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากถังแก๊สหุงต้มในห้องพักคนงานระเบิด เนื่องจากมีพยานได้ยินเสียงคล้ายระเบิดตูมดังขึ้นมาในห้องพักคนงานห้องหนึ่ง จากนั้นจึงเกิดเปลวไฟลุกไหม้ตามมาจนลุกลามไปติดห้องข้าง ๆ และขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากวัสดุที่ใช้ทำห้องพักส่วนใหญ่เป็นไม้ แต่อย่างไรก็ตามต้องประสานทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน...

ชาวบ้านร้อง! วอนย้ายเสาสัญญาณโทรศัพท์ หลังทำสาวแท้งลูก 5 ราย

ชาวบ้านเชียงคำร้อง! วอนย้ายเสาโทรศัพท์ หลังเป็นเหตุทำให้หญิงในหมู่บ้านแท้งลูก 5 ราย ใจสั่น ประสาทเสีย ฟ้าผ่าทีเครื่องใช้ไฟฟ้าพังหมด วันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง บ้านใหม่เจริญไพร ม.9 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา หลังจากที่มีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนกับสื่อว่า ต้องการให้ย้ายเสาสัญญาณโทรศัพท์ออกไปให้ไกลจากชุมชน เพราะเป็นเหตุทำให้หญิงมีครรภ์แท้งบุตร อายุครรภ์อยู่ที่ระหว่าง 5-6 เดือน จำนวน 5 ราย อีกทั้งทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกรอบเสาสัญญาณ มีอาการใจสั่นประสาทเสีย จนเป็นผู้ป่วยจิตเวชหลายราย โดยไร้เงาเจ้าของเครือข่ายมาเยียวยา นายอิ่นคำ ไกลถิ่น อายุ 60 ปี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า เสาสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ก่อนหน้าที่จะมาติดตั้งก็ไม่เคยมีการทำประชาคมมาก่อน สิ่งที่ชาวบ้านเดือดร้อนมาตลอดคือ เวลาเกิดฝนฟ้าคะนองฟ้าผ่ามาครั้งใด เครื่องใช้ไฟฟ้าชาวบ้านจะเสียหายใช้การไม่ได้ จนต้องทิ้งเป็นเศษขยะ อีกทั้งตั้งแต่ติดตั้งมีเสาโทรศัพท์เข้ามาในพื้นที่ มีหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่บริเวณรอบเสา แท้งลูกไปแล้วถึง 5 คน จนชาวบ้านที่แต่งงานใหม่ ๆ ต้องพากันย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นกันหมด ตนและภรรยาก็ป่วยด้วยอาการใจสั่น มึนงง สับสนจนต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยจิตเวช รับประทานยามาจนถึงทุกวันนี้ ส.อ.รัตนชัย อินทะจักร อายุ 29 ปี...

ยังเพิ่มไม่หยุด! สมุทรสาคร ยอดป่วย ‘โควิด’ ล่าสุด เจอเพิ่มอีก 148 ราย

โควิด : สมุทรสาครเจอผู้ป่วย โควิด เพิ่มอีก 148 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 72 ราย และในโรงพยาบาล 76 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 5,493 ราย   วันที่ 23 ม.ค.64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเวลา 17.00 น. พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 148 ราย ทำให้มีผู้สะสมของการระบาดระลอกใหม่รวม 5,493 ราย หายป่วยแล้ว 3,403 ราย โดยเป็นการค้นหาเชิงรุก 72 ราย แบ่งเป็นคนไทย 2 ราย และต่างด้าว 70 ราย ส่วนในโรงพยาบาล 76 ราย แบ่งเป็นคนไทย 50 ราย และต่างด้าว 26 ราย ที่มา  ข่าวสด

ด่วน กู้ภัยเร่งช่วยชีวิต หลังสะพานต่างระดับถล่ม เมืองโคราช

วันนี้ 23 มกราคม เวลาประมาณ 14.00 มีรายงานว่าเกิดเหตุ สะพานต่างระดับถล่ม ทับคนงานบาดเจ็บหลายราย ช่วงการก่อสร้างผ่าน ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขณะนี้กู้ภัยกำลังให้การช่วยเหลือ ยังไม่ทราบจำนวนผู้บาดเจ็บแน่ชัด โดยสะพานดังกล่าวอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา หมายเลข 290 ภาพเหตุการณ์ ภาพเหตุการณ์ ภาพเหตุการณ์ ภาพเหตุการณ์ ที่มา siamnews

จากสาวโรงงาน สู่“ปลัดอำเภอ”อ่านหนังสือครึ่งปีสอบผ่านบรรจุ อย่างที่ตั้งใจ

การได้สอบบรรจุราชการ เรียกได้ว่าเป็นความหวังของผู้สอบและครอบครัวของใครหลายคน ที่อย ากให้มีความมั่นคงในอาชีพข้าราชการ บางคนใช้เวลาอ่านหนังสือและเตรียมตัวสำหรับการเปิดรับสมัครสอบในแต่ละรอบ บางแห่งต้องสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของ ก.พ. ก่อนที่จะสมัครสอบรับราชการ โดยเรื่องราวนี้เป็นของปลัดอำเภอสาวจากจังหวัดพัทลุง ที่เคยทำงานเป็นสาวโรงงานมาก่อน และเคยสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น จนตัดสินใจว่าจะสอบปลัดอำเภอใช้เวลาเตรียมตัว 1 ปี และอ่านหนังสือก่อนสอบ 6 เดือน สำหรับปลัดอำเภอหญิงท่านนี้ชื่อว่า ณัฐวดี พรหมปลัด หรือ ตา จบการศึกษาจากปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ส่วนปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรางคำแหง ก่อนสอบปลัดอำเภอเคยทำงานด้านควบคุมคุณภาพ โรงงานอาหารทะเล ที่จังหวัดสงขลา 2 ปี ต่อมาก็ออกมาทำธุรกิจส่วนตัว จนปี 2560 สอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน คุณตาได้กล่าวว่า อาชีพปลัดอำเภอนั้นด้วยหน้าที่แล้ว ได้มีโอกาสช่วยและใกล้ชิดกับประชาชน และเป็นคนชอบช่วยคนอื่นด้วย นอกจากนี้ก็อย ากทำให้พ่อแม่ภูมิใจ การเตรียมตัวนั้นใช้เวลาประมาณ 1 ปี มาอ่านหนังสือจริงจังประมาณ 6 เดือนก่อนสอบ พยายามหาเวลาหลังเลิกงาน อ่านให้ได้วันละ 4-5 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะอ่านตัวบทกฎหมาย 2-3 รอบ แล้วมาสรุปสาระสำคัญแต่ละเครื่อง หลังจากนั้นก็เน้นทำข้อสอบ เก็บสถิติคะแนนแต่ละเรื่องว่าตรงไหนต้องกลับไปทบทวนอีก นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงผู้ที่กำลังเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบปลัดอำเภอไว้ว่า อย...

เซอร์ไพร์สคุณพ่อ คนที่รักที่สุด

นาทีนี้คงจะไม่มีใครที่กำลังเป็นกระแสที่พูดถึงมากเท่า พิมรี่พาย หรือพิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ แม่ค้าและอินฟลูเอนเซอร์บนอินเทอร์เน็ต โด่งดังจากการไลฟ์ขายของได้เพลิดเพลิน น่าติดตาม พร้อมคาแร็กเตอร์ “ปากแรง” ไม่ไว้หน้าใครแม้แต่ลูกค้า ถ้ากวนใจมากๆ จะถูกด่าสดกลางรายการ แต่แทนที่ลูกค้าจะแอนตี้พิมรี่พาย กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มีคนติดตามเธอมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าการด่าของเธอ “ตลก” และสร้างความรู้สึกจริงใจ ตรงๆ คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น ความโด่งดังของพิมรี่พายทำให้แต่ละคลิปของเธอบน Facebook Page ส่วนใหญ่มียอดผู้ชมทะลุหลักล้านวิว ยิ่งช่วงหลังที่เธอทำคลิปแจกของ บริจาค คอนเทนต์ทำบุญ ทำความดี ยิ่งได้รับความนิยม ยกตัวอย่างเช่น คลิปเซอร์ไพรส์แม่ สักแขนเป็นรูปแม่พร้อมนำเงินมากองให้ 5.2 ล้านบาทเนื่องในวันแม่ มีคนดูไปถึง 28 ล้านวิว! แล้วพิมรี่พายขายอะไร? เธอเป็นแม่ค้าที่ขนานนามตนเองว่า “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” เพราะเธอมีสินค้าสารพัดอย่างมานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่รับทำโฆษณาขายให้พร้อมเป็นตัวแทนขาย สินค้าแบบซื้อมาขายไป หรือทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาหลังจากโด่งดังพอที่จะปั้นแบรนด์ตัวเองได้แล้ว วันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปชมบ้านหรูหลังสวยจากหมู่บ้านลัดดารมย์ ศิวานนท์ ที่พิมรี่พายได้ควักเงินจากน้ำพักน้ำแรงเพื่อซื้อบ้านหลังนี้ราคาถึง 16 ล้านบาท เพื่อเซอร์ไพรส์เป็นของขวัญให้กับคุณพ่อที่เธอรักที่สุดนั่นเอง ไปชมความสวยงามของบ้านหลังนี้กันเลยจ้า บ้านสวยหลังนี้ที่พิมรี่พายมาเตรียมซื้อให้คุณพ่อนั้น ตัวบ้านเป็นบ้านที่ออกแบบในสไตล์คอนเทมโพรารี มีขนาดสองชั้น ลักษณะเป็นบ้านหน้ากว้าง โทนสีหลักที่เลือกใช้จะเป็นสีขาวครีม ตัดขอบด้วยสีเทาเพื่อเพิ่มความโดดเด่น หลังคาของบ้านผสานการออกแบบด้วยหลังคาทรงหน้าจั่วและทรงปั้นหยาอย่างลงตัว บริเวณทางเข้าหน้าบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง ประตูบ้านจะเป็นประตูแบบรั้วเหล็กขนาดเตี้ย ๆ ที่มีความกว้าง จึงสามารถนำรถเข้า-ออกได้อย่างสะดวก เมื่อเดินเข้ามา เราจะสังเกตได้ว่าพื้นที่ส่วนนี้สามารถใช้เป็นที่จอดรถได้ถึง...

งานเข้า ลุงพล ป้าแต๋น

จากรณีเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ แจ้งความเอาผิดนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล กับพวก ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวน มาตรา 14 จากการครอบครองไม้มะค่าแต้หวงห้าม การก่อสร้างวังพญานาค และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ทำให้ป่าสงวน พร้อมนำหลักฐานพิกัดที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างซึ่งอยู่ในเขตป่าดงภูพาน จ.มุกดาหาร มาประกอบการแจ้งความ นายอัจฉริยะเผยว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นป่าสงวน กฎหมายระบุไว้ว่าห้ามเปลี่ยนมือ แต่นายไชย์พล ให้สัมภาษณ์สื่อว่าได้ซื้อต่อจากปู่ในราคา 1.5 แสนบาท ซึ่งผิดกฎหมายเนื่องจากที่ดินลักษณะนี้จะมอบให้ลูกหรือทา ยาทได้เท่านั้น อีกทั้งที่ดินทุกแปลงในหมู่บ้านกกกอกเป็นป่าสงวน ไม่มีเอกสารสิทธ์ แต่อยู่ในระเบียบกรมป่าไม้ที่ให้อยู่อาศัยหรือทำการเกษตรได้ ก่อนปี 2541 แต่ลุงพลเพิ่งเข้าพักอาศัยปี 2557 และก่อสร้างพญานาคปี 2563 นายอัจฉริยะกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้แจ้งความมั่วซั่ว เพราะเห็นถึงประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก เนื่องจากลุงพลยังอ้างว่ามีต้นตะเคียนไหลมาตามแม่น้ำ ก่อนนำขึ้นมาให้คนกราบไหว้บูชา มีนางรำ ต่อไปอาจจะมีตู้รับบริจาค ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน เพราะตรวจสอบแล้วเป็นไม้มะค่า แต่หลังโดนกรมป่าไม้ยึดไปก็ไม่หยุด ยังนำตอไม้มาอ้างว่าเป็นเจ้าแม่ตะเคียนโสรภี หลอกประชาชนซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงมาแจ้งความตาม ม.14 พ.ร.บ.ป่าสงวน นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า นอกจากนี้การสร้างพญานาคก็ไม่ได้ขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ไม่มีวิศวกรควบคุมงาน หากล้มทับคนตายใครจะรับผิดชอบ...

ลูกหนี้สาว กยศ. ร้องศาล ใช้หนี้ 1.6 แสนครบ แต่ถูกยึดบ้าน 3.5 ล้าน

ลูกหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ร้องศาลแพ่งหลังถูกกยศ.ยึดบ้านราคา 1,600,000 บาท เพื่อใช้หนี้กยศ. 160,000 บาท แม้จะใช้หนี้ไปครบแล้วแต่กลับไม่มีการถอนยึดทรัพย์จนถูกขายทอดตลาด วันนี้ (22 ม.ค.64) นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวทิพย์รัตน์ แสงใส ผู้เสียหาย ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง กับ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจสืบทรัพย์บังคับคดี หลังจากบ้านและที่ดิน ถูกขายทอดตลาด ทั้งที่มีการชำระหนี้ไปแล้ว ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เธอเป็นลูกหนี้ กยศ. แต่ไม่ได้มีการชำระหนี้ จึงทำให้ถูกฟ้องร้องจากกยศ.จนศาลแขวงธนบุรีพิพากษา ให้จ่ายเงินจำนวน 167,829.07 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย แต่ต่อมากลับทราบว่า จะมีการยึดทรัพย์ที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เธอและจึงทำการชำระหนี้ทั้งหมด กับ กยศ. และตัวแทนก่อนถึงวันนัดขายทอดตลาดราว 1 เดือน แต่ปรากฏว่าที่ดินและบ้านของเธอกลับยังคงถูกบังคับขายทอดตลาด จนปัจจุบันต้องถูกผู้ซื้อใหม่แจ้งให้ย้ายออกจากบ้านที่อาศัยอยู่ ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากปัจจุบัน ที่ดินและบ้านมีมูลค่าสูงถึง 3,500,000 บาท และ ผู้ซื้อใหม่ยังได้มีหนังสือแจ้งให้ย้ายออกจากที่ดินและบ้านที่อาศัยด้วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้เสียหายเคยร้องขอความเป็นธรรมต่อ กยศ. เพื่อให้หาทางคืนบ้านและที่ดินให้ตั้งแต่ 23...

นร.หญิง พากเพียรเรียนออนไลน์

หลังจากที่ โควิดกลับมาระบาดระรอกใหม่ โรงเรียนก็ต้องปิด และปรับการเรียนการสอนให้เป็นรูปแบบออนน์ แล้วภาพการเรียนออนไลน์ในหัวของลูกเพจเป็นแบบไหนคะ แบบนี้หรือเปล่า? นี่คือ รีวิวการเรียนออนไลน์จาก น้องวิว นักเรียนชั้น ม.6 ค่ะ บ้านของเธออยู่ที่บ้านเลขที่ 259 หมู่ 5 บ้านห้วยแร่ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งห่างจากตัวเมืองหัวหินกว่า 30 กิโลเมตร หมู่บ้านใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์ ทำให้การเรียนออนไลน์มีปัญหาเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี เมื่อสัญญาณไม่ค่อยดี ก็ต้องเดินตามหาสัญญาณไปเรื่อยๆ แล้วกลางป่าหญ้า กลางแดดตรงนี้แหละค่ะ คือคำตอบ   ที่มา  lanna.khaosaan

ร้านอาหาร 2 ตายาย ไม่มีคนมาซื้อ เพราะไม่มีคนละครึ่ง

เป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Araya Yoosiri" ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของร้านขายอาหารของคุณตาคุณยายคู่หนึ่ง ที่บรรยากาศเงียบสนิท ไม่ค่อยมีคนมารับประทาน เพราะว่าร้านของคุณตาคุณยายนั้นไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากคุณตาคุณยายใช้ไม่เป็น อีกทั้งโทรศัพท์ก็ยังเป็บรุ่นเก่าแบบปุ่มกดอีกด้วย โดยทางผู้โพสต์ได้มีการระบุข้อความว่า "พิกัดหน้าหมู่บ้านดีเค เส้นกาญจนาขาเข้าถนนพระราม2 มาอุดหนุนตากับยายได้น๊า ร้านตายายไม่มีคนละครึ่งไม่ได้ร่วมรายการสั่งอาหารในแอป ตายายบอกทำไม่เป็น โทรศัพท์มีแค่โทรเข้ากับโทรออก พีคกว่านั้นถุงโทรศัพท์ของยายเป็นถุงยาไปอีก สู้ๆนะตากับยาย" หลังจากที่เรื่องราวนี้มีการเผยแพร่ออกไปยังโลกออนไลน์ ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ส่งต่อเรื่องราวมากว่า 2,000 ครั้ง โดยต่างบอกว่าสงสารคุณตาคุณยาย ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ พร้อมกับจะไปร่วมอุดหนุนร้านอาหารถ้ามีโอกาส ขอบคุณ Araya Yoosiri