Loading...
หน้าแรก บล็อก

กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.2 เตือน พายุโซนร้อน เตี้ยนหมู่ 24 จังหวัด โดนหนัก

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (23 ก.ย. 64) พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น พายุโซนร้อน เตี้ยนหมู่ แล้ว มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 220 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย. 64) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ และเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 24 กันยายน 2564 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา...

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุดีเปรสชั่น ก่อตัวในทะเลจีนใต้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน เพจ พืชเศรษฐกิจไทย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ "พายุดีเปรสชั่น"ก่อตัวในทะเลจีนใต้ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (23 ก.ย. 64) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางที่ทวีกำลังแรงจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเมื่อเวลา 07.00น. โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย. 64) และจะอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางในช่วงวันที่ 24-25 กันยายน 2564 ตามลำดับ ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย อย่างไรก็ตามโปรดระมัดระวังอันตรายด้วยนะครับ ขอบคุณ กรมอุตฯและเพจพืชเศรษฐกิจไทย

หนักแล้ว หมอธีระเผย อาจหากปลายเดือนคุมไม่ได้หนักกว่าเดิม

  วันที่ 22 ก.ย.64 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat วิเคราะห์สถานการณ์cv-19 ความว่า สถานการณ์ของไทยเรา เมื่อวานจำนวนติดใหม่ที่รายงาน ยังสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก แต่หากรวม ATK จะมีจำนวนติดสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก มากกว่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น คาดว่าจะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนหลังพ้นปลายเดือนนี้ หากคุมไม่ได้ น่าจะมีโอกาสสูงขึ้นกว่าเดิม หากปล่อยให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบายเปิดเมืองทั้งที่สถานการณ์การติดยังมีจำนวนมาก ด้วยระบบสนับสนุนที่มีอยู่ทั้งเรื่องการตรวจคัดกรองที่จำกัด vcที่มีชนิด ปริมาณ ความครอบคลุมที่จำกัด รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต ค้าขาย บริการ ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ติดกัน ยังไม่ปลอดภัยเพียงพอ โมเดลกล่องทรายชี้ให้เห็นแล้วว่ามีปัญหา ขนาดเป็นพื้นที่จำกัด ยังเป็นดังที่เห็น ถ้าขยายมาเมืองหลวง โอกาสที่จะแตกย่อมมีสูงมาก ประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีทรัพยากรต่างๆ มากมายเพียบพร้อมกว่าเรายังเอาไม่อยู่ การอ้างว่าติดแล้วรุนแรงต้องนอนรพ.น้อย คงจะยากที่จะเป็นจริงเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แรงกลับซ้ำในอนาคต ประเมินไว้ล่วงหน้า ยากที่จะเอาอยู่ กลุ่มคนที่ผลักดันนโยบายดังกล่าวจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตามมา นโยบายในลักษณะข้างต้นส่งผลต่อชีวิตของทุกคน

จากน้ำส้มสู่ใบกระท่อม แม่ค้าสั่งท่อมชั้นดีจากชุมพร แบ่งใส่ถุงขายกลางสี่แยก สร้างรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

ทุกคนที่จอดรถรอสัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นเขียวตามสี่แยก จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าเดินถือพวงมาลัย ผลไม้ ขนมขบเคี้ยว น้ำส้ม นมเปรี้ยว ตามข้างรถกันให้ขวักไขว่ พร้อมส่งสัญญาณมือหรือยกมือไหว้ เรียกให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนบริเวณสี่แยกได้ช่วยซื้อ เพราะนั่นคือค่ากับข้าว และอื่นๆ ปัจจุบันแนวการค้าตามสี่แยกเริ่มจะเปลี่ยนไป ล่าสุดหลังรัฐบาลไทยปลดล็อกพืชกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 บรรดาพ่อค้า แม่ค้าตามแยกที่เคยขายสินค้า ได้นำใบกระท่อมมาถุงขายคู่กับน้ำส้ม โดยชูสรรพคุณว่าบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามร่างกาย ช่วยให้หลับสบาย แก้อาการท้องเสีย ที่ บริเวณสีแยกบ้าจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี นางส้ม แม่ค้า เล่าว่า ปกติแล้วจะขายแต่น้ำส้มคั้น หลังข่าวปลดล็อกพืชกระท่อมและเห็นคุณประโยชนมากกว่าโทษจึงนำมาขาย โดยขายมาแล้ว 6 วัน ซึ่งผลตอบรับดีมากมีคนที่สัญจรผ่านแถวนี้ซื้อไปหมดทุกวัน กระท่อมนั้นตนเองสั่งมาจากจังหวัดชุมพร สายพันธุ์ก้านแดง สั่งมาเป็นกิโลกรัม แล้วนำมาแบ่งใส่ถุงละ 10-12 ใบ ขายในราคา 20 บาท สร้างรายได้ดีในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีแม้จะมีการปลดล็อกใบกระท่อมเพื่อประโยชน์ทางอาหารและยาแล้ว แต่ก็ยังมีข้อควรระมัดระวังทางกฎหมายที่ควรคำนึงถึง โดยเฉพาะการนำไปใช้ผสมกับสิ่งเสพติดชนิดอื่น รวมถึงจำหน่ายอาหารที่มีส่วนผสมของใบกระท่อมแก่สตรีมีครรภ์ และผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ล้วนถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถทำได้ ข่าวโดย นาริสา หลักทอง ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดอุดรธานี

ชาวบ้านโพสต์สงสัย หลังค่าไฟพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว

เรื่องของค่าไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มีดราม่าออกมาบ่อยๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าไฟที่ต่ำเกินเหตุอันควร การค้างจ่ายค่าไฟฟ้า แต่ที่พบบ่อยมากที่สุดก็คือเรื่องของค่าไฟที่แพงจนเกินเหตุ ทั้งๆที่ก็ยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติม ซึ่งสาเหตุของการที่บ้านเรือนจะมีค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างแปลกใจนั้น ก็มีอยู่หลายสาเหตุ อาทิเช่น สายไฟรั่ว การคิดคำนวณค่าไฟที่ผิดพลาด มิเตอร์ไฟฟ้าเสีย หรือลืมถอดปลั๊กหลังใช้งานเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทิ้งไว้ ล่าสุดเราก็มีเรื่องราวของค่าไฟฟ้ามาฝากทุกคนกันค่ะ โดยเป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอนั้นได้โพสต์ถามความคิดเห็นจากชาวเน็ต หลังจากที่ค่าไฟบ้านของเธอนั้นสูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยเธอเพิ่งจะเปิดร้านค้าขายของชำมาได้ประมาณเดือนกว่าๆ ซึ่งด้านล่างนี้เป็นบิลค่าไฟประจำเดือนสิงหาคม2564 ที่ผ่านมาจำนวน 589.93 บาท โดยปกติแล้วค่าไฟบ้านของเธอก็จะประมาณนี้ แต่พอมาเดือนกันยายน 2564 เท่านั้นแหละค่ะทำเอาเธอถึงกับตกใจ เพราะว่าค่าไฟได้พุ่งสูงไปที่ 2,557.78 บาท บอกเลยค่ะว่าพุ่งขึ้นสูงหลายเท่าตัวมากๆๆ ทำเอาเธอนั้นท้อมากเพราะว่าขายของได้แค่วันละ 300 – 500 บาทเท่านั้น โดยมีการระบุว่า พี่มีค่าไฟใครเพิ่มขึ้น เหมือนของนุมั้ย..ยอด2เดือนที่แล้ว ด.7/ด8 ยอดเท่ากัน คือ 589.93 นุเปิดร้านมาเดือนกว่า ยอดค่าไฟเดือน 9 ปาเข้าไป 2,557.78 จาเป็นลมค่ะขายของได้วันละ 300ถึง500 ควรทำไงดีคะจะไปต่อ รึพอ แค่นี้  

ฮือฮากันทั้งโซเชียล กล้วยด่าง 10 ล้าน

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราว ที่สร้างความฮือฮาอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ยัวร์ อเวนเจอร์ ได้มีการโพสต์ภาพซื้อขายกล้วยด่างลงในกลุ่ม โดยระบุว่า ส่งมอบ แม่นางพญาตุ๊กแก 10,000,000 (10M) พร้อมลูก 8 หน่อ + สิทธ์รับผลกำไรคืน จอง หน่อล่ะ2M(จากลูกค้าที่จองไว้ ขอขอบคุณ เสี่ยใหญ่พ่อค้าพลอยเมืองจันทร์ ที่เห็นคุณค่ากล้วยแดงอืนโดต้นที่สวยที่สุดที่ผมเคยมี รับไปดูแล ปล.แดงอินโดต้นล้านแรกของไทย กลับมาทวงบังลังค์ ภาพจาก ยัวร์ อเวนเจอร์ ภาพจาก ยัวร์ อเวนเจอร์ ภาพจาก ยัวร์ อเวนเจอร์ โพสต์ เรียกได้ว่างานนี้ ทำเอากระแสกล้วยด่างกลับมาคึกคักอีกครั้งกันเลยทีเดียว ขอบคุณ ยัวร์ อเวนเจอร์

สั่งเด้ง สารวัตรกร่าง ทำร้ายชาวบ้าน

วันนี้ (22 ก.ย.2564) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณี ชายร่างใหญ่ ลักษณะคล้ายตำรวจ ก่อเหตุใช้อาวุธมีด และปืนยาว ข่มขู่ และใช้กำลังชกต่อย ทำร้ายประชาชน เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลภาพคลิปกรณีดังกล่าวแล้ว จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จตร. (หน.จต.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยประสานการปฏิบัติกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เร่งดำเนินการโดยด่วน เนื่องจากปรากฏพฤติกรรมที่ชัดเจน สารวัตร ต่อมาทราบว่า ผู้ก่อเหตุมียศ พ.ต.ท. ในตำแหน่ง สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สารวัตรกร่าง ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ขณะเกิดเหตุ สารวัตรกร่าง รายนี้ได้แต่งกายนอกเครื่องแบบ และขับรถยนต์มานั่งในร้านอาหารฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ และได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท พร้อมทำร้ายผู้เสียหาย จำนวน 2 คน โดยใช้กำลังชกต่อย และใช้อาวุธมีด รวมถึงมีการใช้อาวุธปืน ออกมาขู่ตามภาพคลิปที่ปรากฏ โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าร้านค้า ใน ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2564 เวลา 17.40 น. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน...

ปธ.สอบคดี’บอส’ที่ก.อ.มีมติกลับ ชี้พิจารณาตามกฎหมาย แต่เรื่องใหญ่เพราะนามสกุล

‘กายสิทธิ์’เปิดใจหลังชงวินัยไม่ร้ายเเรง ‘เนตร นาคสุข’เเต่ถูกมติ ก.อ.กลับ ชี้พิจารณาตามข้อกฎหมายเป็นคดีรถชนธรรมดาเเต่เพราะเป็น’อยู่วิทยา’เลยเป็นเรื่องใหญ่ หวั่นอัยการทำคดีเสียขวัญ พร้อมหากป.ป.ช.เรียกให้การ ตามที่มติคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.)มีมติให้ นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ลูกชายนักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังขับรถชนคนตาย หลังก.อ.มีมติเห็นว่านายเนตรขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่ออย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดนวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก นั้น นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ กรรมการอัยการ ซึ่งเป็นอดีตประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น นายเนตร นาคสุข กรณีสั่งไม่ฟ้อง นาย วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ได้เปิดเผยว่า คณะทำงานของตนมีความเห็นในครั้งแรก ว่า นายเนตรผิดวินัยไม่ร้ายแรง เพราะว่าเห็นว่าคดีนี้ แม้สั่งไม่ฟ้องแต่คดียังไม่เสร็จเด็ดขาด ยังสามารถยื่นฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา เป็นจำเลยต่อศาลได้อยู่ดีมันยังแก้ไขได้ ผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการประชุม ก.อ.เป็นอย่างไรนาย กายสิทธิ์ตอบว่า พอนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ ตนได้เดินออกจากที่ประชุม เพราะมีส่วนได้เสีย และกรรมการอัยการทั้ง 9 คน มีมติเอกฉันท์ให้เป็นผิดวินัยร้ายแรง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการมาตรา 85 คือมองว่าเป็นการกระทำโดยประมาท ที่ทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดเสียหายร้ายแรง และเกิดผลกระทบต่อองค์กร มีผลตอบกลับเกิดขึ้นติดตามมามากมาย เรื่องนี้คณะกรรมการอัยการได้โต้เถียงกันมาก นายกายสิทธิ์กล่าวต่อว่า...

แชร์ว่อน! วินาที “แขก” โดนร้านน้ำพริกดัง เชิญออกจากร้าน แขก ย้ำ ร้านไม่ต้อนรับคนเสื้อแดง (คลิป)

แชร์ว่อน! วินาที “แขก” โดนเชิญออกจากร้านน้ำพริกดัง แขก ลั่น ร้านไม่ต้อนรับคนเสื้อแดง (คลิป) กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโซเชียลกับการที่ แขก-คำ ผกา และทีมงานจะเข้าไปถ่ายทำ “ร้านน้ำพริกนิตยา” ร้านในตำนานย่านบางลำพู เพื่อรีวิวอาหาร โดยเป็นการติดต่อมาล่วงหน้า 1 เดือน แต่พอมาถึงที่จริง กลับโดนเชิญออก โดยให้เหตุผลว่า “ป้าไม่เคยดูรายการของหนู ต้องขอโทษอย่างรุนแรง เพราะป้าไม่มีโอกาสได้เข้าไปดู อย่างไรก็ตามป้าขอดูรายการก่อนแล้วค่อยมาสัมภาษณ์” ขณะที่ แขก ระบุว่า “รายการเราติดต่อมาล่วงหน้าถึง 1 เดือน และคุณป้าอนุญาตแล้ว ตอนหลังคุณป้ารู้ว่าแขกเป็นเสื้อแดง คุณป้าก็เลยไม่อนุญาตให้แขกมาถ่าย จบเลย” “ร้านนี้ไม่ต้อนรับคนเสื้อแดง ร้านนี้ไม่ต้อนรับคนรักประชาธิปไตย คุณผู้ชมคะน้ำพริกนิตยาอร่อยมาก จนถึงตอนนี้แขกบอกว่าน้ำพริกตาแดงของน้ำพริกนิตยาอร่อยมาก แต่เขาไม่ต้อนรับคนเสื้อแดงอย่างแขกที่จะมาถ่ายรายการ และไม่ต้องเอาของกินมาให้กินฟรีนะคะ ไม่รับ” แขกยังกล่าวทิ้งท้ายปิดคลิป โดยคลิปดังกล่าวเปิดเผยโดยเพจดัง “ซีนิว วิวเว่อร์ 4K” และใต้คอมเมนต์ เพจดังยังได้โพสต์คลิปของแขกที่พูดคุยกับทีมงาน โดยแขกระบุว่า “คือถึงขั้นนัดแนะให้เราโปรโมตงานบุญให้ แต่ตะกี้มาบอกว่าป้ายังอนุญาตให้หนูถ่ายทำไม่ได้ ตราบเท่าที่ป้ายังไม่ได้ดูรายการหนู ก็xxเขียนมาให้xโปรโมตงานบุญให้มึงก็แปลว่าเราได้นัดแนะอย่างเป็นทางการ” คลิปดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวของร้านน้ำพริกนิตยา ขณะที่ แขก ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ดีลร้านน้ำพริกนิตยามาเป็นเดือน นัดหมาย ดิบดี ถึงวันถ่ายเจ้าของร้านเชิญทั้งทีมงานออกจากร้านอ้างว่า ‘ไม่สะดวก’ เลยถามกลับว่า ‘เกลียดเสื้อแดงใช่ไหม’ เออ...

ต้นหอม ริมหน้าต่างห้องครัว พื้นที่น้อย ก็ปลูกได้

ต้นผอม ปักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวนี้ เป็นผักที่ใช้ประกอบอาหารคู่ครัวไทยมานาน อาหารหลายเมนู ต้องใช้ต้นหอมใส่เพื่อชูรสช า ติ เวลาจะใส่อาหารเราก็มักจะต้องซื้ อมาจากตลา ด แต่บางทีต้นหอมก็เน่าเสีย ใช้ได้เพียงครั้งเดียวหรือสองครั้ง ทั้งๆที่จริงแล้วนั้น ต้นหอมเป็นผักที่สามารถปลูกได้ง่ายๆ ไม่ว่าพื้นที่จะน้อยแค่ไหนก็ปลูกได้ค่ะ อีกทั้งหากเราปลูกไว้รับประทานเองยังมั่นใจเรื่องความ ป ล อ ด ภั ย อีกตัวอย่างหนึ่งในการปลูฏต้นหอมที่ใช้พื้นที่น้อย ง่าย สะดวก คือ การปลูกต้นหอมริมหน้าต่างห้องครัวของ คุณผู้ใช้เฟสบุ๊ก Yoorada Wessabu t h ได้โพสต์ไอเดียในการปลูกต้นหอมริมหน้าต่างห้องครัว ปลูกง่าย โตไว เก็บทำอาหารได้สบายๆ โดยระบุว่า ได้ปลูกต้นหอมริมหน้าต่างครัว ปลูกไว้ใส่กับข้าวให้ลูกที่บ้านค่ะ ใช้วัสดุเหลือใช้มาปลูก ทั้งแบบปลูกลงดิน ปลูกในน้ำ   สวยมากค่ะ เหมือนไม้ประดับเลย   ค่อยๆตัดไปทีละต้น ก็ทำให้มีต้นหอมรับประทานได้เรื่อยๆค่ะ เพราะก็จะมีต้นใหม่งอกขึ้นมาเรื่อยๆ ดูเรียบง่ายแต่ใส่ใจในสุขภาพของลูกมากๆ ค่ะ โดยก็ได้มีผู้เข้ามาคอมเม้นมากมาย ว่าแบบนี้ น่ารักจัง เดี๋ยวจะลองปลูกบ้าง   ไอเดียสุดยอด ไอเดียปลูกผักสวนครัวไว้ใช้ประกอบอาหารรับประทานเองแบบนี้นั้น เป็ฯไอเดัยที่สุดยอดมากๆ เลยค่ะ เพราะนอกจากจะได้รับประทานต้นหอมได้ตลอดแล้ว ยังสามารถแบ่งไปให้เพื่อนบ้าน แจกจ่ายได้อีก ที่สำคัญมั่นใจเรื่องของส า ร ต ก ค้าง ว่าไม่มีแน่นอนค่ะ อย่างไรเพื่อนๆ ลองไปทำตามดูกันได้นะคะ ขอขอบคุณที่มา:...